07/15/2026
bangkokbeat.co
Live Well

โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว : โศกนาฏกรรมซ้ำรอย “ซานติก้า–เมาน์เทน บี”

ไฟลุกกลางกรุง บทเรียนทางหนีไฟและวัสดุไวไฟที่ไม่เคยถูกแก้ไข

คืนวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 กรุงเทพฯ สะเทือนใจอีกครั้ง เมื่อเปลวไฟลุกโชนกลางย่านลาดพร้าว “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” กลายเป็นฉากโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ผู้คนที่เข้าไปดื่ม กิน และฟังดนตรีสดในคืนนั้น กลับต้องเผชิญกับควันหนาทึบและไฟที่ลามไปทั่วฝ้าเพดานในเวลาไม่กี่นาที เสียงกรีดร้องและความโกลาหลดังขึ้นทันทีเมื่อไฟฟ้าดับ ทางหนีไฟไม่ชัดเจน และประตูฉุกเฉินไม่สามารถใช้งานได้จริง

ผลลัพธ์คือความสูญเสียครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิต 27 ราย และบาดเจ็บอีก 63 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัสถึง 22 ราย ภาพที่สะเทือนใจที่สุดคือการพบร่างผู้เสียชีวิตกระจุกตัวอยู่ในห้องน้ำและทางเดินแคบ ๆ เพราะไม่สามารถหาทางออกได้ทันเวลา

ย้อนรอยโศกนาฏกรรมที่เคยเกิดขึ้น

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สังคมไทยต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมในสถานบันเทิง ย้อนกลับไปปี 2552 “ซานติก้า ผับ” กลายเป็นชื่อที่ไม่มีใครลืมได้ คืนเคานต์ดาวน์ปีใหม่ที่ควรเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะกลับจบลงด้วยไฟที่ลุกลามจากพลุเอฟเฟกต์ไปติดวัสดุไวไฟบนเพดาน ผู้คนกว่า 1,000 คนติดอยู่ในอาคารที่รองรับได้เพียงครึ่งหนึ่ง ประตูทางออกหลักเพียงประตูเดียวกลายเป็นคอขวดที่ทำให้ผู้คนเบียดเสียดกันจนล้มทับ เหตุการณ์นั้นคร่าชีวิตไป 67 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 200 คน

สิบสามปีต่อมา เหตุการณ์ที่ “เมาน์เทน บี” จังหวัดชลบุรี ก็สะท้อนบทเรียนที่ไม่เคยถูกแก้ไข อาคารถูกดัดแปลงจากร้านอาหารเป็นสถานบันเทิงปิดทึบ ระบบไฟฟ้าลัดวงจรทำให้ไฟลุกลามไปทั่วเพดานที่บุด้วยโฟมราคาถูก ประตูหนีไฟด้านหลังถูกล็อกตาย ผู้คนจึงต้องวิ่งย้อนกลับไปออกทางเดียวด้านหน้า จนเกิดการเบียดเสียดและเสียชีวิตในที่สุด เหตุการณ์นั้นคร่าชีวิต 26 ราย และบาดเจ็บอีก 50 ราย

เปิดบทเรียน 'ซานติก้า' อุทาหรณ์นักท่องราตรี !
internet
ไฟไหม้ผับชลบุรี 'Mountain B' ประวัติศาสตร์ซำ้รอย 'ซานติก้าผับ' | The  Bangkok Insight | LINE TODAY
internet
ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เคสดำ ไม่ต่ำกว่า 25 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก  ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสีeชีวิmด้วยครับ
internet

ข้อเท็จจริงที่ซ้ำรอย

สิ่งที่น่าตกใจคือรูปแบบความผิดพลาดแทบไม่ต่างกัน วัสดุตกแต่งที่ติดไฟง่าย ระบบไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และทางหนีไฟที่ไม่สามารถใช้งานได้จริง ทั้งหมดนี้คือปัจจัยที่ตัดสินความเป็นความตายภายในเวลาไม่กี่นาที

แม้กฎหมายไทยจะมีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยไว้อย่างชัดเจน เช่น กฎกระทรวงปี 2555 ที่บังคับให้สถานบริการต้องมีทางออกหลายทางและกว้างพอสำหรับการอพยพ แต่ในความเป็นจริง หลายแห่งกลับเลือกปิดตายทางออกเพื่อลดค่าใช้จ่าย และการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐก็ยังไม่เข้มงวดพอ

บทเรียนที่ยังไม่เคยถูกแก้ไข

ทุกครั้งที่เกิดโศกนาฏกรรม เรามักได้ยินคำว่า “ถอดบทเรียน” แต่เมื่อเวลาผ่านไป เหตุการณ์ใหม่ก็เกิดขึ้นซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวคือหลักฐานล่าสุดที่ตอกย้ำว่า สังคมไทยยังไม่สามารถเปลี่ยนบทเรียนให้กลายเป็นการป้องกันที่ทำงานได้จริง

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมายอาคารหรือมาตรฐานความปลอดภัย แต่คือเรื่องของชีวิตคนจริง ๆ ที่เข้าไปในสถานบันเทิงเพื่อหาความสุข แล้วกลับออกมาไม่ได้ สิ่งที่สังคมไทยต้องถามตัวเองคือ เราจะยอมให้ “ทางหนีไฟที่ถูกล็อก” และ “วัสดุไวไฟราคาถูก” กลายเป็นเส้นแบ่งระหว่างความสนุกกับความตายอีกต่อไปหรือไม่

โศกนาฏกรรมโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวคือเสียงเตือนที่ดังที่สุดว่า ความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องรอง ทุกครั้งที่เราเข้าไปในสถานบันเทิง สิ่งที่ควรมั่นใจได้ไม่ใช่เพียงเสียงเพลงหรือบรรยากาศสนุกสนาน แต่คือโครงสร้างที่ปลอดภัยและทางหนีไฟที่พร้อมพาเราออกจากอันตรายได้ทันเวลา

เพราะไม่มีใครควรต้องแลกคืนแห่งความสุขกับชีวิตของตัวเอง และไม่มีสังคมใดควรยอมให้บทเรียนราคาแพงจากอดีต กลายเป็นเพียงความทรงจำที่ถูกลืมไป

สติและวิธีหนีไฟ: อาวุธสำคัญเมื่อเผชิญเหตุเพลิงไหม้

เมื่อเปลวไฟลุกขึ้น ความกลัวมักเข้าครอบงำทันที เสียงกรีดร้อง ความโกลาหล และความมืดจากไฟดับทำให้ทุกอย่างดูสิ้นหวัง แต่สิ่งเดียวที่ช่วยให้เรามีโอกาสรอดมากที่สุดคือ สติ

10 วิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดไฟไหม้ในสถานบันเทิง

  1. มองหาทางออกทันทีที่เข้า จำไว้ 2 ทาง
  2. ตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนก
  3. หมอบต่ำหรือคลานใกล้พื้น
  4. ใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกและปาก
  5. เดินชิดกำแพง ใช้มือคลำทาง
  6. ห้ามใช้ลิฟต์
  7. แตะประตูด้วยหลังมือก่อนเปิด
  8. ทิ้งของ อย่าเสียเวลาถ่ายรูป
  9. อยู่ห่างวัสดุไวไฟ
  10. ออกมาแล้ว ห้ามย้อนกลับ

“สติ” คือรากฐานของทุกการกระทำเพื่อเอาตัวรอด และ “วิธีปฏิบัติ” คือเครื่องมือที่ช่วยให้สติทำงานได้จริง หากเราฝึกคิดไว้ล่วงหน้า เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เราจะไม่ใช่เหยื่อ แต่จะเป็นผู้ที่มีโอกาสรอดชีวิตมากที่สุด

Images: Internet

Written by Amy Sukkasem

Leave feedback about this

  • Rating