bangkokbeat.co Contents Food รวมพิกัดเจลาโต้สุดชิค เติมความสดชื่นให้ทุกวัน
Food

รวมพิกัดเจลาโต้สุดชิค เติมความสดชื่นให้ทุกวัน

แดดแรงเมืองไทยจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป มาลิ้มลองเจลาโต้ระดับพรีเมียมที่ให้ความสดชื่น และกินได้ทุกโอกาส ไม่ว่าฤดูไหนก็อร่อยลงตัว

อากาศร้อนเมืองไทยที่แทบจะอยู่กับเราทุกวัน ไม่ว่าจะฤดูร้อน ฤดูฝน หรือแม้แต่วันที่แดดจัดแบบไม่ปรานี ถ้าอยากคลายร้อนแบบไม่ซ้ำใคร เจลาโต้ (Gelato) คือคำตอบที่ให้ทั้งความสดชื่นกินได้ทุกโอกาส ตั้งแต่บ่ายวันทำงานที่อยากพักเบรก ไปจนถึงคืนวันหยุดที่อยากหาของหวานพิเศษ

วันนี้ Bangkok Beat จะพาคุณออกเดินทางตามรอย ร้านเจลาโต้สุดชิคในกรุงเทพฯและย่านดัง ที่คัดมาแล้วว่าต้องลองสักครั้ง — ตั้งแต่โฮมเมดอิตาเลียนแท้ที่ละเมียดละไม ร้านบรรยากาศโมเดิร์นที่ถ่ายรูปแล้วปัง ไปจนถึงครีเอทีฟเจลาโต้ที่นำรสชาติไทยมาผสมผสานกับความสากลได้อย่างน่าทึ่ง ทุกที่คือจุดหมายที่พร้อมเสิร์ฟความเย็นฉ่ำและสไตล์ให้กับทุกวันแดดแรงของเมืองไทย

Albero
Albero

Albero – เจลาโต้พรีเมียมใจกลาง Central Embassy

ถ้าอยากสัมผัสเจลาโต้ที่หรูหราและละเมียดละไมแบบอิตาเลียนแท้ ต้องแวะที่ Albero ร้านเจลาโต้ระดับพรีเมียมบนชั้น 6 ของ Central Embassy กรุงเทพฯ จุดเด่นคือการคัดสรรวัตถุดิบส่งตรงจากอิตาลี ทำให้แต่ละรสชาติเต็มไปด้วยความเข้มข้นและความเนียนนุ่มที่แตกต่างจากไอศกรีมทั่วไป

เมนูที่ต้องลองคือ Venezuela Chocolate รสหวานน้อยกำลังดี, Ecuador Chocolate เข้มข้นละมุน และ Pistachio ที่หอมถั่วพิสตาชิโอชัดเจนจนกลายเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ราคาก็จับต้องได้ — ถ้วยไซส์ S หนึ่งรสชาติ 100 บาท หรือไซส์ M สองรสชาติ 150 บาท

บรรยากาศร้านหรูหราโมเดิร์น เหมาะกับการแวะเติมความสดชื่นหลังช้อปปิ้ง พร้อมถ่ายรูปเช็คอินให้ดูเก๋บนโซเชียล

ที่อยู่: ชั้น 6 ศูนย์การค้า Central Embassy กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: ตามเวลาศูนย์การค้า

Ampersand
Ampersand

Ampersand – เจลาโต้สายครีเอทีฟกลางสุขุมวิท

ใครที่คิดว่าเจลาโต้มีแต่รสชาติคลาสสิก ต้องมาลอง Ampersand Gelato ร้านเจลาโต้สุดชิคที่ตั้งอยู่ใน Bumrungrad International Hospital ย่านสุขุมวิท จุดเด่นคือการตกแต่งร้านที่สวยงามโมเดิร์น และรสชาติที่ไม่เหมือนใครจนกลายเป็นที่พูดถึงในหมู่วัยรุ่นและสายไลฟ์สไตล์

เมนูที่ต้องลองคือ Yuzu Yoghurt ที่หอมกลิ่นส้มยูซึสดชื่น, Sun Fuji Sorbet เบาบางแต่หอมแอปเปิ้ลซันฟูจิเต็มคำ และรสชาติสุดครีเอทีฟอย่าง Lavender ที่ให้ฟีลเหมือนอยู่ในสปา หรือ Candied Bacon ที่ผสมผสานความหอมรมควันของเบคอนกับความหวานละมุนของเมเปิ้ลไซรัปได้อย่างลงตัว ราคาก็เข้าถึงง่าย — ถ้วยไซส์ S รสชาติปกติ 99 บาท และรสพรีเมียม 139 บาท

บรรยากาศร้านเหมาะกับการนั่งพักผ่อนหลังพบแพทย์หรือแวะมาเช็คอินกับเพื่อนๆ

ที่อยู่: Bumrungrad International Hospital, 33 ซอยสุขุมวิท 3 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: 09.00–20.00 น.

Daddy Don’t Know Gelato House
Daddy Don’t Know Gelato House

Daddy Don’t Know Gelato House – เจลาโต้คราฟต์สุดลับกลางสีลม

ถ้าอยากตามรอยเจลาโต้ที่ทั้งครีเอทีฟและซ่อนตัวแบบ hidden gem ต้องแวะที่ Daddy Don’t Know Gelato House ร้านเล็กๆ ในซอยคอนแวนต์ ย่านสีลม ที่ชื่อก็น่ารักชวนยิ้ม — “พ่อไม่รู้” เพราะเจ้าของแอบพ่อมาเปิดร้านเจลาโต้!

ที่นี่เสิร์ฟเจลาโต้คราฟต์คุณภาพคับแก้ว หมุนเวียนรสชาติใหม่ๆ ไม่ซ้ำกว่า 8 รสชาติ เช่น Pop That Cherry, Lemon Creampie, Grape Creamcheese และ Pink Guava Sorbet ที่ทั้งสดชื่นและครีเอทีฟสุดๆ ไฮไลต์อีกอย่างคือการเลือกโคน — มีทั้งออริจินอล, ชาโคล และสตรอว์เบอร์รี่ เพิ่มเพียง 15 บาท หรือจะเลือกถ้วยที่มีลายน่ารักๆ ให้ถ่ายรูปลงโซเชียลก็เก๋ไม่แพ้กัน

บรรยากาศร้านเล็กแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น เหมาะกับการแวะมาชิมหลังเลิกงานหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ ใครเป็นสายเจลาโต้คราฟต์บอกเลยว่าห้ามพลาด

ที่อยู่: 2, 3 ถนนคอนแวนต์ สีลม บางรัก กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: 12.00–21.00 น. (สอบถามเพิ่มเติม)

Gelato & Co
Gelato & Co

Gelato & Co – เช็คอินเจลาโต้สไตล์อิตาลีใจกลางพร้อมพงษ์

สายไอศกรีมและเจลาโต้ต้องไม่พลาด Gelato & Co ร้านเจลาโต้สุดชิคที่กลายเป็นแลนด์มาร์กของหวานย่านพร้อมพงษ์ ด้วยบรรยากาศการตกแต่งร้านที่ชวนให้รู้สึกเหมือนนั่งอยู่คาเฟ่ในอิตาลี — ผสมผสานความน่ารัก ความหรู และความเรียบง่ายได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นจุดเช็คอินที่ทั้งอร่อยและถ่ายรูปแล้วปัง

เมนูที่นี่มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่รสชาติคลาสสิกอย่าง Vanilla, Piedmont Hazelnuts, Cioccolato ไปจนถึงรสชาติอื่นๆ ที่หมุนเวียนมาให้ลองแบบไม่ซ้ำ เนื้อเจลาโต้เนียน เหนียวหนึบ กำลังดี ไม่หวานจนเกินไป จะเลือกแบบถ้วยนั่งชิลล์ หรือโคนเดินเล่นก็เพลินไม่แพ้กัน

บรรยากาศร้านกำลังพอดี ไม่เล็กไม่ใหญ่ เหมาะกับการแวะมานั่งพักผ่อนหลังช้อปปิ้ง หรือมาเช็คอินกับเพื่อนๆ ยามค่ำคืน เพราะที่นี่เปิดบริการถึงเที่ยงคืน แถมมีที่จอดรถสะดวกที่ Opera Italian Restaurant

ที่อยู่: 53, 1-2 ซอยสุขุมวิท 39 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: 12.00–00.00 น.

Grazia Gelato Coffee and More
Grazia Gelato Coffee and More

Grazia Gelato Coffee and More – เจลาโต้พรีเมียมสไตล์อิตาเลียนแท้กลางสยาม

ถ้าอยากสัมผัสเจลาโต้ที่ทั้งละมุนและหรูหรา ต้องแวะที่ Grazia Gelato Coffee and More ร้านเจลาโต้พรีเมียมใน สยามพารากอน ชั้น G โซน Gourmet Garden ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอิตาเลียนแท้ๆ เนื้อเนียนละเอียด หวานกำลังดี และหอมเข้มจนละลายในทุกคำ

เมนูซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาดคือ Grazia Tiramisù ที่ยึดมั่นในความออริจินัลและพิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการเสิร์ฟที่สวยงามลงตัว นอกจากเจลาโต้แล้ว ที่ร้านยังมีเมนูกาแฟและของหวานอื่นๆ ให้เลือก ทำให้ที่นี่เป็นจุดเช็คอินที่ตอบโจทย์ทั้งสายไลฟ์สไตล์และสายคาเฟ่

บรรยากาศร้านโมเดิร์นหรูหรา เหมาะกับการนั่งพักผ่อนหลังช้อปปิ้ง หรือแวะมาเติมความสดชื่นในทุกฤดู ไม่ว่าจะวันแดดแรงหรือวันฝนพรำ เจลาโต้ของ Grazia ก็พร้อมเสิร์ฟความละมุนให้คุณเสมอ

ที่อยู่: สยามพารากอน ชั้น G โซน Gourmet Garden กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: 10.00–21.30 น.

Kinako Gelato – โฮมเมดเจลาโต้สไตล์ญี่ปุ่นสุดน่ารักกลางลาดพร้าว

ใครที่หลงรักบรรยากาศญี่ปุ่นต้องไม่พลาด Kinako Gelato ร้านเจลาโต้โฮมเมดที่ยกฟีลญี่ปุ่นน่ารักมาไว้กลางลาดพร้าววังหิน 34 แค่เห็นหน้าร้านก็บอกเลยว่าอบอุ่นและชวนให้แวะเข้าไปเช็คอินทันที

ที่นี่มีเจลาโต้ให้เลือกหลายรสชาติ เนื้อเนียนนุ่ม หวานกำลังดี และละมุนแบบที่กินแล้วต้องยิ้ม แนะนำความอร่อยคือการสั่งแบบ จับคู่ 2 รสชาติ เพื่อให้ได้รสชาติที่ลงตัวและสนุกมากขึ้น ถ้าเลือกไม่ถูก ทางร้านก็ยินดีแนะนำให้แบบเป็นกันเองสุดๆ

บรรยากาศร้านเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยความน่ารักสไตล์ญี่ปุ่น เหมาะกับการแวะมานั่งชิลล์กับเพื่อนๆ หรือเติมความสดชื่นในวันแดดแรง ไม่ว่าจะฤดูไหน เจลาโต้ของ Kinako ก็พร้อมเสิร์ฟความละมุนให้คุณเสมอ

ที่อยู่: ลาดพร้าววังหิน 34 ร้านติดถนนใหญ่ กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: วันศุกร์–อาทิตย์ 12.00–22.00 น.

Lucky Ngou 65
Lucky Ngou 65

Lucky Ngou 65 – เจลาโต้โฮมเมดเล่าเรื่องเยาวราช

จากร้านรองเท้าของครอบครัวสู่คาเฟ่เจลาโต้สุดชิคในเยาวราช Lucky Ngou 65 (ลัคกี้โหงว) คือการรีโนเวตที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และกลิ่นอายวัฒนธรรมจีน-ไทยที่ไม่เหมือนใคร บรรยากาศร้านอบอุ่นสบายๆ เหมาะกับการนั่งกินไอศกรีมไปพร้อมพูดคุยกับเพื่อนๆ

เมนูที่นี่คือการเล่าเรื่องผ่านรสชาติ เช่น น้ำเต้าหู้งาดำซอสขิง ที่หอมเข้มข้น, เปี๊ยะไข่เค็มซอสกะทิควันเทียน ที่ได้รสหวานมันแบบดั้งเดิม, กล้วยดาร์กช็อกโกแลตซอสกล้วยปิ้ง ที่ผสมผสานความเป็นไทยกับความอินเตอร์ และ ชาเขียวโฮจิฉะคาราเมล ที่ละมุนลงตัว ลูกค้ายังสามารถเลือกฐานด้านล่างได้เองว่าจะเป็นเค้กหรือพานาคอตตา เพิ่มลูกเล่นด้วยเครื่องเคียงอย่างลูกเดือย แปะก๊วย หรือทองม้วนกรอบ ทำให้แต่ละเมนูมีเท็กซ์เจอร์หลากหลายและสนุกในการกิน

นอกจากนี้ยังมีเซ็ต ซอร์เบต์ผลไม้ ที่สดชื่นสุดๆ เสิร์ฟคู่กับวุ้นดอกหอมหมื่นลี้และพริกเกลือ เรียกว่าเป็นการกินเจลาโต้ที่ทั้งอร่อยและมีลูกเล่นไม่เหมือนใคร พร้อมเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง Mama’s Plum บ๊วยเลมอนน้ำผึ้งสูตรหม่าม้า ที่เปรี้ยวจี๊ด สดชื่นสุดๆ

ที่อยู่: ถนนพาดสาย (ซอยขนานกับเยาวราช) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ

การเดินทาง: MRT สถานีวัดมังกร เดินเท้าต่อประมาณ 400 เมตร

เวลาเปิด-ปิด: จันทร์–ศุกร์ 12.00–22.00 น. / เสาร์–อาทิตย์ 11.00–22.00 น.

Luscious Creamery
Luscious Creamery

Luscious Creamery – เจลาโต้พรีเมียมสุดหรูใน One Bangkok

แค่ชื่อก็บอกเลยว่าหรูหราแล้ว สำหรับ Luscious Creamery ร้านเจลาโต้พรีเมียมที่ตั้งอยู่ในโครงการ One Bangkok จุดหมายใหม่ของสายไลฟ์สไตล์ที่ชอบทั้งรสชาติและบรรยากาศครบเครื่อง ที่นี่เสิร์ฟเจลาโต้โฮมเมดเนื้อแน่น ครีมมี่ละมุนไม่แพ้ใคร พร้อมรสชาติหลากหลายให้เลือก ทั้งคลาสสิกและครีเอทีฟที่ชวนว้าว

ไฮไลต์คือ Salted Cookies ที่ผสมผสานความเค็มหวานอย่างลงตัว เนื้อเจลาโต้เนียนนุ่ม หอมกลิ่นนมและคุกกี้เข้มข้น กินแล้วฟีลหรูหราแต่ยังอบอุ่นเหมือนโฮมเมดแท้ๆ นอกจากนี้ยังมีรสชาติอื่นๆ ที่หมุนเวียนมาให้ลอง ทั้งแบบถ้วยและโคน โดยโคนที่นี่ทำสดใหม่ทุกครั้งที่สั่ง ทำให้กรอบ หอม และอร่อยมากจนกลายเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน

บรรยากาศโมเดิร์นหรูหรา เหมาะกับการแวะมานั่งชิลล์หลังประชุมหรือช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะวันแดดแรงหรือวันฝนพรำ เจลาโต้ของ Luscious Creamery ก็พร้อมเสิร์ฟความสดชื่นให้คุณทุกฤดู

ที่อยู่: โครงการ One Bangkok กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: 10.00–22.00 น.

Piper’s Gelato
Piper’s Gelato

Piper’s Gelato – คราฟต์เจลาโต้สุดพิถีพิถันกลางเอกมัย

สายคราฟต์เจลาโต้ต้องไม่พลาด Piper’s Gelato ร้านเล็กๆ ที่ซอยเอกมัย 23 แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจและความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบไปจนถึงการทำเจลาโต้แบบโฮมเมดที่ใส่ใจทุกรายละเอียด

เมนูยืนพื้นคือ Roasted Pistachios ที่ใช้ถั่วอบเองแล้วโม่หินข้ามคืนจนได้เนื้อเนียนหอม และ Dark Chocolate เข้มข้นที่ผสมผงโกโก้ถึง 2 ชนิด รสชาติกลมกล่อมลงตัว นอกจากนี้ยังมีรสหมุนเวียนที่สร้างสรรค์ไม่ซ้ำ เช่น Rum Raisin ที่ใช้เหล้ารัมจริงซึมลึกทุกอณู, Salted Caramel เคี่ยวเองจนได้รสเค็มหวานละมุน, Uji Matcha ชาเขียวเกียวโตเข้มข้นสูตรไขมันต่ำ และ Yakult Pipo รสชาติสดชื่นขวัญใจทุกคน

บรรยากาศร้านอบอุ่นเป็นกันเอง เหมาะกับการแวะมานั่งชิลล์ในวันแดดแรงหรือวันฝนพรำ เพราะเจลาโต้ของ Piper’s คือความสดชื่นที่กินได้ทุกฤดู และด้วยความทุ่มเทของทีมทำให้รสชาติที่นี่มีเอกลักษณ์จนใครได้ลองก็ต้องกลับมาซ้ำ

ที่อยู่: ซอยเอกมัย 23 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: วันอังคาร–อาทิตย์ 11.00–18.00 น. (หยุดวันจันทร์)

รวมพิกัดเจลาโต้สุดชิคที่เราเล่าไปทั้งหมดนี้ บอกเลยว่าไม่ว่าจะวันแดดแรง ฝนตก หรืออากาศอบอ้าวแบบเมืองไทย เจลาโต้ (Gelato) ก็ยังเป็นคำตอบที่สดชื่นและ กินได้ทุกโอกาส ตั้งแต่พักเบรกกลางวัน ไปจนถึงคืนวันหยุดที่อยากหาของหวานพิเศษ แต่ละร้านมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งโฮมเมดอิตาเลียนแท้ ร้านครีเอทีฟที่ผสมผสานรสชาติไทย-สากล ไปจนถึงคาเฟ่บรรยากาศโมเดิร์นที่ถ่ายรูปแล้วปัง

ถึงเวลาออกไปตามรอย ร้านเจลาโต้กรุงเทพฯ ที่เราคัดมาแล้วให้คุณได้สัมผัสความเย็นฉ่ำและสไตล์ในทุกฤดู — ลองเลือกสักร้านแล้วไปชิมด้วยตัวเอง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมเจลาโต้ถึงเป็นของหวานที่กินได้ทุกวันแดดแรง

แล้วคุณล่ะ มี ร้านเจลาโต้ในกรุงเทพฯ หรือ คาเฟ่ไอศกรีมสุดชิค ที่อยากแนะนำให้ Bangkok Beat ไปลองบ้างไหม

Written by Amy Sukkasem

Exit mobile version